ข่าวและประกาศ

อัพเดทวันที่ 28 พ.ค. 2561
ปตท. จับมือ 9 ธนาคาร พัฒนานวัตกรรมด้านการเงิน ขับเคลื่อนสู่ “ไทยแลนด์ 4.0”
เช้าวันนี้ (28 พฤษภาคม 2561) ณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติร่วมใน “พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม”ระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กับ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารออมสิน โดยมี นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ลงนามร่วมกับผู้บริหาร ทั้ง 9 ธนาคาร เพื่อร่วมกันวางแผนและพัฒนานวัตกรรมด้านการเงิน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตามนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรม
นายชาญศิลป์   ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม ปตท. กล่าวว่า “ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่าง ปตท. กับทั้ง 9 ธนาคาร ถือเป็นความตั้งใจของ ปตท. เพื่อร่วมผลักดันนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ของภาครัฐ ที่มุ่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมโดยความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นส่งเสริมและผลักดันการพัฒนาระบบ และนวัตกรรมทางการเงินของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินงาน นำไปสู่การต่อยอดและขยายการดำเนินงานในเชิงพาณิชย์ต่อไป”
นายจรัมพร   โชติกเสถียร กรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า “ธนาคารให้ความสำคัญต่อการกำหนดกลยุทธ์และแผนงานด้านดิจิทัลเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ นี้ จึงนับเป็นทิศทางที่ดีที่ภาคธุรกิจมีการเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมเพื่อประสานความร่วมมือกัน ด้วยจุดแข็งธนาคารกรุงเทพ ในฐานะธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเอเชีย เมื่อผนึกกำลังกับผู้นำด้านธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมีอย่างครบวงจรของ ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ซึ่งเป็นคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความสัมพันธ์อันดีกันอย่างแนบแน่นมาอย่างยาวนาน เชื่อมั่นว่าจะนำไปสู่ความร่วมมือเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในครั้งนี้ได้อย่างดีเยี่ยม”
นายผยง   ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า “ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ธนาคารมี พันธกิจหลักในการร่วมพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ Future Banking ด้วยการนำเทคโนโลยี มาสร้างนวัตกรรมทางการเงินที่ดีกว่า ถูกกว่า และรวดเร็วกว่า เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้าและประชาชน เพิ่มโอกาสทางธุรกิจอย่างไร้ขอบเขต โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือระหว่างองค์กรระดับประเทศในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและประเทศไทยสู่ Thailand 4.0”
นายแดน   ฮาร์โซโน่ ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า “กรุงศรีขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด Digital First ซึ่งให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการทางการเงิน รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ กรุงศรีจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลและความเชี่ยวชาญด้านการเงินการธนาคารมาร่วมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและต่อยอดความเติบโตในเวทีธุรกิจ”
นายปิติ   ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า “การทำบันทึกข้อตกลงนี้ นับได้ว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญของความร่วมมือระหว่างระหว่าง ปตท. และ ทีเอ็มบี ผมเชื่อมั่นว่า จุดแข็งของ ปตท. ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรม และความเชี่ยวชาญด้านธุรกรรมการเงินของทีเอ็มบี และความทุ่มเทในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของซัพพลายเชน ด้วยซัพพลายเชน ไฟแนนซิ่ง กอรปกับเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลที่เอื้อให้การทำธุรกรรมทางการเงินง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น จะก่อให้เกิดนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์และส่งผลดีต่อ ปตท., คู่ค้า, ซัพพลายเชน และเกื้อกูลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมต่อไป”
นายวศิน   ไสยวรรณ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุด Corporate Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า“ธนาคารไทยพาณิชย์มีความพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของกลุ่ม ปตท. เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้ เรามีความพร้อมทั้งทางด้านการลงทุนและเครือข่ายของผู้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ จากทั่วโลก และยังมีความพร้อมทางด้านการนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) มาใช้ในการพัฒนาธุรกิจและบริการซึ่งเป็นบริษัทแรกในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีส่วนร่วมผลักดันให้ กลุ่ม ปตท. บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาการให้บริการในรูปแบบดิจิทัลได้อย่างประสบความสำเร็จ”
นางสาววิศาลศรี   นิโลดม รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารธนชาต กล่าวว่า “ธนชาตเป็นสถาบันการเงินที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ บริษัททุนธนชาต และสโกเทีย แบงก์ จากแคนาดา มีเทคโนโลยีทันสมัยและได้มาตรฐานสากล สอดรับกับทิศทางโลกในยุค 4.0 อีกทั้ง ธนชาตยังเป็นองค์กรที่มีความคล่องตัวสูงในการดำเนินงาน มากด้วยประสบการณ์ร่วมกับพันธมิตรต่างๆ อาทิ ความร่วมมือ QR ข้ามประเทศ ความร่วมมือกับผู้ให้บริการระบบชำระเงินในไทย จึงพร้อมที่จะสนับสนุนข้อมูลและความรู้ทางการเงินอย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศต่อไป”
นางสาวไพลิน   อึ้งศรีวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า “ทางธนาคารยูโอบี มีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ในวันนี้ ได้มีโอกาสร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการเงินและพัฒนาระบบธุรกิจใหม่ๆ กับทาง ปตท. ซึ่งนับว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะก่อให้เกิดการปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลเต็มตัว ธนาคารยูโอบี เชื่อว่าการร่วมมือจัดหา ดิจิตัลโซลูชั่น จะทำให้ธุรกิจสามารถแข่งขันในยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิตัลนี้ได้ และยังเป็นการอำนวยความสะดวกรวดเร็วให้แก่ผู้บริโภคอีกด้วย ด้วยเครือข่ายของธนาคารยูโอบี กว่า 500 สาขา ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามั่นใจว่า จะสามารถรองรับโอกาสในการขยายตัวทางธุรกิจอย่างก้าวกระโดด และนโยบายในการดำเนินธุรกิจของ ปตท.ที่จะมุ่งสู่ Regional top brand ในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เป็นอย่างดี”
นายพิเชฐ   ธรรมวิภาค รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าธุรกิจและภาครัฐ กล่าวว่า “ในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมา ธนาคารออมสินได้สร้างสรรค์ นวัตกรรมทั้งทางด้านเงินฝากและด้านสินเชื่อ ทุกกลุ่มลูกค้าแม้กระทั้งกลุ่มลูกค้าฐานราก โดยความร่วมมือกันระหว่าง ปตท. กับสถาบันการเงินในครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่จะร่วมมือกันในการวางแผน และพัฒนานวัตกรรมด้านการเงิน การค้ำประกันเงินกู้ การชำระเงินและโอนเงิน รวมถึงการเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินเพื่อการบริหารความเสี่ยง เป็นต้น ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตามนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการทำธุรกรรมทางการเงิน ได้อย่างเป็นรูปธรรม” 
นายพัชร   สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า “ธนาคารกสิกรไทยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุกิจให้กับกลุ่มปตท. ตลอดจนวงจรธุรกิจ หรือ Value Chain ทั้งคู่ค้า และลูกค้าในกลุ่ม ปตท. ให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น อีกทั้งจะเป็นการพลิกโฉมครั้งสำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลของภาคธุรกิจไทยจากโครงการนำร่องที่จะเกิดขึ้นอีกมาก จนเป็นต้นแบบสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของชาติในอนาคต”
การลงนามใน “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม” ครั้งนี้ มีระยะเวลา 2 ปี โดย ปตท. จะร่วมกับธนาคาร ทั้ง 9 แห่ง กำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานในการส่งเสริมและผลักดันการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินของ ทั้งสองฝ่ายผลักดันการปรับปรุงและพัฒนาระบบทางการเงิน เช่น ระบบการประกันภัย อนุพันธ์ทางการเงิน ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ การทำธุรกรรมทางการเงิน รวมทั้งการปรับปรุง กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินงาน อันจะนำไปสู่การได้รับการสนับสนุนเกื้อกูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนร่วมกันชักชวนคู่ค้าที่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน เพื่อต่อยอดและขยายการดำเนินงานในเชิงพาณิชย์ต่อไป”
ฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์
28 พฤษภาคม 2561

แกลเลอรี่