ข่าวและประกาศ

อัพเดทวันที่ 3 ต.ค. 2561
นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีตรวจราชการจังหวัดลำพูน โดยเดินทางด้วยแพ็กเกจในโครงการ “ไทยเที่ยวไทย ไทยยั่งยืน”

             วันนี้ (3 ตุลาคม 2561) นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจราชการจังหวัดลำพูน และให้เกียรติใช้แพ็กเกจเดินทางในโครงการ “ไทยเที่ยวไทย...ไทยยั่งยืน” ซึ่งเป็นโครงการที่บูรณาการการทำงานร่วมกันของ บมจ. การบินไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บจ. ไทยสมายล์แอร์เวย์ และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวใน 55 เมืองรอง และมาตรการลดหย่อนภาษีของรัฐบาลในโค้งสุดท้ายปลายปี โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้ง 4 หน่วยงานให้การต้อนรับและร่วมเดินทาง

           นายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) นำคณะรัฐมนตรี เดินทางตรวจราชการจังหวัดลำพูน และให้เกียรติเดินทางด้วยแพ็กเกจในโครงการ “ไทยเที่ยวไทย...ไทยยั่งยืน” สู่เส้นทางวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน และทดลองใช้กรุงไทย NEXT ซื้อแพ็กเกจของการบินไทยดังกล่าว ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะจะเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญในเส้นทางแพ็กเกจ ซึ่งประกอบด้วยอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี วัดมหาวันวรมหาวิหาร กู่ช้าง-กู่ม้า วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร และชุมชนท่องเที่ยวบ้านหนองเงือก นอกจากนี้ ยังร่วมประกาศ “ลำพูนเมืองสะอาดปราศจากโฟม (No Foam)” ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน (นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์) และชาวลำพูนอีกด้วย

           นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอแผนยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ เพื่อฟื้นฟูการบินไทยให้กลับมายิ่งใหญ่และก้าวหน้าอย่างยั่งยืนนั้น โดยหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ คือการจับมือกับพันธมิตรรัฐวิสาหกิจ ซึ่งการบินไทยได้นำเสนอแผนดังกล่าวและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ทั้งนี้ บริษัท การบินไทยฯ จึงได้เริ่มดำเนินกิจกรรมตามแผนยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ โดยเริ่มจากการจัดเสวนา“สานพลังพันธมิตร เพื่อไทยก้าวไกลอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นการจับมือของ 4 รัฐวิสาหกิจชั้นนำของไทย ได้แก่ ททท. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท การบินไทยฯ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย หลังจากนั้น ยังได้ร่วมกับ ททท. บจ. ไทยสมายล์แอร์เวย์ และธนาคารกรุงไทย ดำเนินโครงการ “ไทยเที่ยวไทย...ไทยยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีสัญจรสู่เส้นทางวัฒนธรรม จังหวัดลำพูน เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าว โดยในวันนี้ มีคณะผู้บริหารการบินไทย ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานกรรมการ นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษาอาวุโส ฝ่ายบริหารและตน ได้ร่วมเดินทาง ณ จังหวัดลำพูน ตามโครงการ “ไทยเที่ยวไทย...ไทยยั่งยืน” ทั้งนี้ บริษัท การบินไทยฯ โดยทัวร์เอื้องหลวงได้จัดแพ็กเกจทัวร์เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรองจาก 10 เส้นทางบิน ไปยัง 20 เมืองรองในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ด้วยโปรแกรมท่องเที่ยวในราคาที่คุ้มค่าและเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ ทั้งในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร ที่พัก รถรับส่ง รวมถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวตลอดการเดินทาง โดยจะเริ่มจำหน่ายแพ็กเกจทัวร์ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2561 รวมทั้งสิ้น มากกว่า 20 โปรแกรม อาทิ โปรแกรมท่องเที่ยววิถีชุมชนในจังหวัดต่างๆ เช่น ลำพูน ลำปางเชียงราย แม่ฮ่องสอน สุราษฏร์ธานี โปรแกรมท่องเที่ยวเส้นทางวัฒนธรรมและอารยธรรมสำคัญ เช่น เยือนอีสาน ตามรอยบั้งไฟพญานาค เที่ยวชมทะเลบัวแดงจังหวัดอุดรธานี โปรแกรมท่องเที่ยวสถานที่ Unseen ของประเทศ เช่น ปราสาทหินพันยอด สถานที่ Unseen แห่งใหม่ที่จังหวัดสตูล สระมรกตจังหวัดตรัง สามพันโบก แกรนด์แคนยอนของเมืองไทยจังหวัดอุบลราชธานี รวมทั้งโปรแกรมท่องเที่ยวแบบอิสระที่จะให้บริการเฉพาะบัตรโดยสารและโรงแรม สำหรับลูกค้าที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวเองแบบอิสระ ผู้สนใจจองรายการท่องเที่ยวและบริการอื่นๆ ของทัวร์เอื้องหลวง สามารถติดต่อจองหรือขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 02-288-7335 หรือที่เว็บไซต์ thaiairways.com/roh

           อนึ่ง บริษัท การบินไทยฯ สนับสนุนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองของรัฐบาลในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้หลักของประเทศไทย เพื่อให้เกิดการพัฒนาและการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนและพื้นที่เมืองรองของประเทศ โดยการบินไทยมีส่วนร่วมในภาคของธุรกิจการบิน เนื่องจากการบินไทยนำนักเดินทางและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าสู่เมืองไทยปีละประมาณ 25 ล้านคน จาก 61 จุดบิน 31 ประเทศ ซึ่งการบินไทยสามารถส่งนักเดินทางและนักท่องเที่ยวเหล่านี้เข้าสู่เมืองต่างๆ ของประเทศ รวมทั้งเมืองรอง ด้วย 10 จุดหมายปลายทางของการบินไทยและไทยสมายล์

           นางชาริตา ลีลายุทธ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยสมายล์ กล่าวว่า นโยบายเที่ยวเมืองรอง ลดหย่อนภาษี ไม่เพียงแต่จะมีข้อดีที่เปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้เสียภาษีได้เพิ่มตัวเลือกที่จะนำไปใช้ลดหย่อนภาษีเท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวซึ่งถือว่าเป็นภาคเศรษฐกิจหลักที่สำคัญ ในฐานะที่สายการบินไทยสมายล์เป็นบริษัทลูกของ การบินไทย ให้บริการใน 10 เส้นทางภายในประเทศ ออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี นราธิวาส กระบี่ ขอนแก่น อุบลราชธานี และอุดรธานี ซึ่งทั้ง 10 เส้นทางบิน ยังเป็นเส้นทางที่จะเชื่อมต่อไปยังเมืองรองทั้ง 55 จังหวัด ได้อย่างสะดวกสบาย ไทยสมายล์ได้ขานรับนโยบายดังกล่าว พร้อมร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรองในโครงการ “ไทยเที่ยวไทย...ไทยยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมให้คนไทยหันมาเที่ยวเมืองรองซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนอาหารการกิน โดยนำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวเมืองรองแบบสุดคุ้มรวมทั้งค่าเดินทางและที่พักใน 4 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางนราธิวาส เส้นทางหาดใหญ่ – พัทลุง เส้นทางสุราษฏร์ธานี – ระนอง และเส้นทางแม่ฮ่องสอน – ปาย ที่มาพร้อมกับจุดเด่นของไทยสมายล์คือ บริการแบบฟูลเซอร์วิส พร้อมมอบความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร ทั้งฟรีน้ำหนักกระเป๋าถึง 20 กิโลกรัม บริการอาหารว่างและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน ซึ่งผู้สนใจแพ็กเกจดังกล่าวสามารถติดต่อได้ผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ โทร. 081-990-6909 และ 092-132-9526 (เฉพาะแพ็กเกจเส้นทางนราธิวาสเท่านั้น)

           นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติร่วมเปิดแคมเปญและชมการทดลองใช้ กรุงไทย NEXT ซื้อแพ็กเกจทัวร์เมืองรอง ในงาน “ไทยเที่ยวไทย..ไทยยั่งยืน” สู่เส้นทางทางวัฒนธรรมที่จังหวัดลำพูน รวมทั้งร่วมบริจาคเงินทำบุญที่วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน ด้วยระบบ e-Donation โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงไทย และผู้บริหารธนาคาร ให้การต้อนรับในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ธนาคารได้สนับสนุน การท่องเที่ยวเมืองรองเต็มตัว พร้อมรับใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท พร้อมเดินหน้าให้บริการทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อร่วมผลักดันนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล โดยได้ขยายการรับชำระเงินของธนาคารให้ครอบคลุมทุกตำบลทั่วประเทศ

           ล่าสุด ธนาคารได้พัฒนา กรุงไทย NEXT ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ครอบคลุมการจ่ายเงินมากที่สุดในประเทศ สามารถโอนเงิน เติมเงิน และจ่ายค่าบริการต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และครบวงจรในแอปเดียว เข้าสู่ประชาชนทุกระดับ ทุกภาคส่วน และยกระดับการทำธุรกรรมการเงินผ่าน Mobile Banking สู่สังคมระดับมหภาคและ กรุงไทย NEXT จะเปิดให้บริการภายในเดือนตุลาคมนี้

            นายผยง กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ธนาคารได้ร่วมกับ 3 หน่วยงานในการดำเนินโครงการไทยเที่ยวไทย ไทยยั่งยืน ธนาคารได้จัดโปรโมชั่นสำหรับผู้ที่ซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวในปีนี้ จะได้สิทธิลดหย่อนภาษี มูลค่าสูงสุด 15,000 บาท ได้โดยอัตโนมัติ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง ธนาคารยังได้จัดโปรโมชั่นกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 500 บาท สำหรับลูกค้าที่ใช้ กรุงไทย NEXT เมื่อซื้อแพ็กเกจทัวร์เอื้องหลวง เพื่อท่องเที่ยว 55 จังหวัดเมืองรอง ผ่าน QR Code เป๋าตุง กรุงไทย กับ Travel Agency ของเอื้องหลวงทัวร์ จำนวน 8 ราย ได้แก่ บริษัท แอร์เวยส์ จำกัด บริษัท เวิลด์ เอ็กซ์พลอเรอร์ จำกัด บริษัท รุ่งทรัพย์ ฮอลิเดย์แทรเวิล จำกัด บริษัท ซีเอ็น โกลเบิล แอสโซซิเอทส์ จำกัด บริษัท อาร์ อาร์ รุ่งนิรันดร์ทัวร์ จำกัด บริษัท ทัวร์เอื้องหลวง จำกัด บริษัท ควอลิตี้ ทัวร์ จำกัด และบริษัท เอทีเอ็กซ์พี จำกัด ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2561 จำนวน 500 สิทธิ์แรก ตลอดระยะเวลาโปรโมชั่น รวมทั้งรับเครดิตเงินคืน 20 บาท เมื่อชำระเงินสะสมครบ 100 บาทขึ้นไป ผ่าน กรุงไทย NEXT ณ ร้านค้าในจังหวัดลำพูนที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ตุลาคม 2561

           นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า สำหรับวันนี้ “สู่เส้นทางวัฒนธรรม จังหวัดลำพูน” เป็นเส้นทางที่เดินทางได้สะดวก มีสถานที่สำคัญและชุมชนที่น่าสนใจ เป็นการผสมผสานกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่หลากหลายไว้ด้วยกัน ทั้งการได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดจามเทวี ได้กราบขอพรที่กู่ช้าง – กู่ม้า ซึ่งชาวลำพูนให้ความเคารพนับถือและขอพรเรื่องความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รวมทั้งสิ่งศักดิ์คู่บ้านคู่เมือง อาทิ พระรอดหลวง วัดมหาวันวรวิหาร พระบรมธาตุหริภุญชัย วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมชุมชนบ้านหนองเงือก ซึ่งมีโบราณสถาน โบราณวัตถุ วัด และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ทำจากผ้าฝ้าย มีกิจกรรม DIY จากไม้ไผ่และผ้า และรองเท้าจากยางรถยนต์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยม เป็นต้น

           ผู้ว่าการ ททท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในโครงการ “ไทยเที่ยวไทย...ไทยยั่งยืน” ซึ่งมีเส้นทางข้างต้นบรรจุอยู่ ททท. ได้สนับสนุนในส่วนของการพิจารณาเส้นทางของแพ็กเกจลักษณะ Local Link 3 แบบ A B C ได้แก่ Additional จากเมืองหลักเชื่อมสู่เมืองรอง อาทิ เชียงใหม่ – ลำพูน / เชียงใหม่ – ลำปาง / ขอนแก่น – อุดรธานี – หนองคาย / กระบี่ – ตรัง / สงขลา (หาดใหญ่) – สตูล – พัทลุง Brand New เที่ยวในเมืองรองศักยภาพ อาทิ เชียงราย แม่ฮ่องสอน อุบลราชธานี และ Combination จากเมืองรองสู่เมืองรอง อาทิ อุดรธานี – เลย / อุดรธานี – บึงกาฬ / นราธิวาส – ยะลา – ปัตตานี โดยในแต่ละเส้นทาง ททท. ได้เสริมกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การได้เข้าไปสัมผัสชุมชนที่มีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวสูง ชิมอาหารท้องถิ่น ร่วมทำกิจกรรม DIY งานฝีมือ Work Shop อาหารต่างๆ ชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติตามฤดูกาล แหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาด วัดสำคัญ แหล่งช้อปปิ้ง อีกทั้งยังสามารถเลือกเส้นทางท่องเที่ยวได้อย่างหลากหลาย ตอบสนองนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่ชอบเดินทางแบบจัดเส้นทางเอง (FIT) แบบหมู่คณะ แบบครอบครัว กลุ่มวัยเก๋า กลุ่ม Gen Y ก็เดินทางได้สะดวกเช่นกัน ทั้งนี้ ททท. จะดำเนินการด้านโฆษณาและประชาสัมพันธ์โครงการโดยเร่งสร้างการรับรู้ในช่วงแรกของการเปิดตัวโครงการและจะสื่อสารอย่างต่อเนื่องจนถึงปลายปี เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับข่าวสารกระตุ้นการเดินทางตลอดช่วงการดำเนินโครงการ

           สำหรับโครงการ “ไทยเที่ยวไทย...ไทยยั่งยืน” เป็นโครงการจากการร่วมมือกันของ ททท. บมจ. การบินไทย บจ. ไทยสมายล์ และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวใน 55 จังหวัดเมืองรอง ตอบสนองมาตรการลดหย่อนภาษีของรัฐบาล ซึ่งประชาชนสามารถนำใบเสร็จจากการท่องเที่ยวตามเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนด นำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวในโครงการฯ ก็สามารถใช้ลดหยอดภาษีได้เช่นกัน คาดว่าจะช่วยให้กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวใน 55 เมืองรองได้อย่างแน่นอน


ฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์
3 ตุลาคม 2561

แกลเลอรี่