ข้อมูลทางการเงิน

สารจากประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่
สารจากประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่
สารจากประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่
เศรษฐกิจไทยขยายตัวดีขึ้นในปี 2560 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ช่วยสนับสนุนให้ภาคการส่งออกเติบโตดีและภาคการท่องเที่ยวขยายตัวสูงต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังมีลักษณะกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นหลัก ขณะที่ SMEs ยังไม่ได้รับประโยชน์มากนักและกำลังซื้อของประชาชนระดับฐานรากยังค่อนข้างอ่อนแอ ส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชน ขยายตัวต่ำกว่าที่คาดและสร้างความท้าทายต่อการขยายสินเชื่อของธนาคาร รวมทั้งกดดันคุณภาพหนี้ของผู้ประกอบการบางกลุ่ม โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อัตราส่วนหนี้ด้อยคุณภาพขยับสูงขึ้นและส่งผลต่อกำไรของธนาคาร แต่กระนั้น อีกด้านหนึ่งนับเป็นโอกาสของธนาคารในการยกเครื่องกระบวนการภายในให้มีความรัดกุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกระบวนการสินเชื่อ ซึ่งส่งผลให้คุณภาพสินเชื่อที่ปล่อยใหม่ดีขึ้นมาก
"ขณะเดียวกันธนาคารได้เร่งเสริมจุดแข็งให้แกร่งยิ่งขึ้น
ทั้งการเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับภาครัฐ และการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วถึง"

โดยเฉพาะในพื้นที่ภูมิภาคและกลุ่มลูกค้าฐานรากซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ทั้งนี้ ธนาคารมีความภาคภูมิใจที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายหลักของรัฐบาล ทั้งนโยบาย National e-Payment นโยบาย Thailand 4.0 และนโยบาย Cashless Society โดยเดินหน้าเต็มกำลังในการออกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนกว่า 11 ล้านใบ และติดตั้งเครื่อง EDC ให้กับร้านธงฟ้าประชารัฐแม้ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อรองรับการนำบัตรสวัสดิการไปใช้ มีการเร่งขยายจุดรับ QR code บนแอปพลิเคชั่น “เป๋าตุง” สำหรับพ่อค้าแม่ค้าทั่วประเทศกว่า 1 แสนจุด และได้ออกแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” สำหรับลูกค้าประชาชนทั่วไป ซึ่งช่วยให้การซื้อของสะดวกสบาย ลดความยุ่งยากในการเบิกและพกเงินสด รวมทั้งจำกัดความเสี่ยงของการทำกระเป๋าสตางค์หาย นอกจากนี้ ธนาคารได้สนับสนุนจังหวัดสังคมไร้เงินสดโดยเริ่มจากแหล่งชุมชนสำคัญ เช่น ตลาดหลักของจังหวัด และมหาวิทยาลัย ทำระบบบริจาคเงิน e-Donation ผ่าน QR Code ซึ่งสามารถออกใบอนุโมทนาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้บริจาคได้อย่างรวดเร็ว และให้บริการเป็นตัวแทนหักภาษี ณ ที่จ่ายและยื่นภาษีต่อกรมสรรพากรแทนลูกค้าผ่านระบบ e-Withholding Tax เป็นต้น รวมทั้งธนาคารยังมีส่วนสนับสนุนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โดยนอกเหนือจากการขยายสินเชื่อโดยตรงให้กับภาครัฐแล้ว ธนาคารได้เน้นการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจใน Supply Chain ของโครงการลงทุนภาครัฐอีกด้วย รวมทั้งสนองนโยบาย SMEs บัญชีเดียว พร้อมกับช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลงผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ออกแบบไว้เป็นการเฉพาะ ทั้งนี้ จุดแข็งจากการเป็นพันธมิตรกับภาครัฐและมีฐานลูกค้าที่ใหญ่ดังกล่าวจะช่วยให้ธนาคารสามารถต่อยอดธุรกิจและมีความพร้อมในการช่วงชิงโอกาสเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวในวงกว้างมากขึ้น
อีกด้านหนึ่งที่ธนาคารให้ความสำคัญ คือ การเสริมสร้างความพร้อมขององค์กรรองรับความท้าทายในระยะข้างหน้า ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การกำกับและมาตรฐานบัญชี และจากการแข่งขันที่จะเข้มข้นขึ้นภายในระบบธนาคารพาณิชย์เองและกับคู่แข่งหน้าใหม่ เช่น Fintech และ Telco ที่ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนแล้ว ทั้งนี้ ในปี 2560 ธนาคารได้ตั้งสำรองเผื่อหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญฯ ในระดับที่เข้มข้นขึ้นกว่าในอดีตเพื่อยกระดับ Coverage Ratio ของธนาคารให้สูงขึ้น วินัยในการตั้งสำรองฯ ไม่เพียงจะช่วยให้ธนาคารสามารถรองรับความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อได้ดีขึ้น แต่ยังเป็นการทยอยปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานบัญชีใหม่หรือ IFRS9 ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2562 อีกด้วย
ในฐานะที่ธนาคารเป็นทั้งธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และเป็นองค์กรในเครือข่ายของภาครัฐ พันธกิจของธนาคารจึงมิได้มีเพียงการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้น หากแต่ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การบริหารงานที่ยึดหลัก 3 ด้าน คือ ความซื่อสัตย์ ความเป็นธรรม และความรับผิดชอบในการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเท่าเทียม ในปี 2560 ธนาคารเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติตามแนวคิด Three Lines of Defense เพื่อป้องกันเหตุหรือลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับชั้นได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านและไม่ยืดหยุ่นต่อการทุจริตในทุกกรณี (Zero Tolerance) รวมทั้งได้ผลักดันโครงการกรุงไทยคุณธรรม เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมการทำงานที่โปร่งใสและมีจริยธรรมเหมาะสมกับบริบทของธนาคาร ซึ่งจะนำไปสู่ความเป็นองค์กรต้นแบบด้านคุณธรรมในที่สุด
สำหรับแผนการดำเนินงานสำคัญในปี 2561 ธนาคารจะยังคงมุ่งเน้นการสร้างรากฐานให้แข็งแกร่งต่อเนื่อง พร้อมรองรับบริบทใหม่ทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการแข่งขัน โดยจะเร่งรุกสู่การเป็น Best Digital Bank & Best Place to Work ผ่านแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
  • การเสริมสร้างรากฐานให้แข็งแกร่งต่อเนื่อง
โดยมุ่งพัฒนาและลงทุนด้าน IT เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านเทคโนโลยี ปรับกระบวนการทำงานสู่รูปแบบ Digital และต่อยอดงานด้าน Data Analytics ให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อลูกค้าหลากหลายกลุ่ม รวมถึงปรับปรุงระบบปฏิบัติการและการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนี้ จะมีการเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่องรองรับการใช้เกณฑ์กำกับและมาตรฐานสากลในอนาคต อาทิ IFRS9 และ Basel III
  • การยกระดับผลการดำเนินงาน
โดยเน้นการเติบโตของสินเชื่ออย่างมีคุณภาพและเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม ด้วยการมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร เพิ่มขีดความสามารถด้าน Cross selling ผลิตภัณฑ์ ดำเนินการเชิงรุกมากขึ้นทั้งในส่วนของการอำนวยสินเชื่อและการให้บริการจัดการทางการเงินในเขตภูมิภาค พื้นที่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเขตการค้าชายแดน รวมทั้งขยายฐานและสร้างความแข็งแกร่งในลูกค้ากลุ่ม SMEs อาทิ ผ่านโครงการ SME Community ตลอดจนเดินหน้าสนับสนุนนโยบายและหน่วยงานภาครัฐในทุกมิติ
  • การปูทางเพื่อมุ่งสู่ Future Banking
ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บน Digital platforms ที่เน้นความสะดวก ความปลอดภัย และการตอบโจทย์ชีวิตประจำวันและความคาดหวังในแต่ละช่วงชีวิตของลูกค้า ปรับปรุงรูปแบบสาขาและช่องทางการให้บริการอื่นๆ เช่น Mobile Banking ให้ทันสมัยและสะดวกสบาย สร้างบรรยากาศการทำงานภายในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการคิดค้นนวัตกรรมและนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจ รวมถึง Reskill บุคลากรให้ก้าวทันบริบทใหม่ของการแข่งขัน โดยต้องมีทักษะรองรับเทคโนโลยีและการทำงานในรูปแบบใหม่ มีความยืดหยุ่นภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าในอดีต รวมทั้งมีพฤติกรรมการทำงานสอดคล้องกับค่านิยม F-A-S-T ของธนาคาร
ท้ายสุดนี้ ในนามของคณะกรรมการธนาคาร ผู้บริหาร พนักงาน และบริษัทในเครือ ขอขอบพระคุณท่านผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนลูกค้าผู้มีอุปการคุณที่ไว้วางใจและให้การสนับสนุนธนาคารอย่างดียิ่งเสมอมา พวกเราขอให้คำมั่นว่าจะดำเนินงานอย่างมืออาชีพ เพื่อเสริมสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงทางการเงิน คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม ยึดมั่นในหลักบรรษัทภิบาล และสนับสนุนการดำเนินงานภาครัฐ ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อผลักดันให้ทุกภาคส่วนเติบโตก้าวไกลไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ดร.สมชัย สัจจพงษ์
ประธานกรรมการธนาคาร
นายผยง ศรีวณิช
กรรมการผู้จัดการใหญ่