เรียนรู้การเงิน
อัพเดทวันที่ 12 เม.ย. 2562

เกษียณสุขหรือเกษียณทุกข์

ไม่ว่าใครคนไหน วันหนึ่งก็ต้องแก่ตัวลง วันหนึ่งก็ต้องถึงวันเกษียณอายุที่เราไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเดิมได้ แน่นอนว่าเราก็คงต้องหลีกทางให้กับคนอื่นที่พร้อมมากกว่าเราเสมอ และเคยถามตัวเองกันมั้ยว่า เมื่อวันนั้นมาถึงเรามีแผนรองรับกันยังไงบ้าง?

นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าถ้าเราพูดถึงการวางแผนการเงิน เรื่องการวางแผนเกษียณมักจะมาเป็นอันดับแรกเสมอๆ เพราะว่าเรื่องของการเกษียณอายุนั้นไม่ว่าใครก็ต้องเจอ เรื่องเกษียณอายุจริงๆแล้วก็ไม่ต่างจากเรื่องอื่นในชีวิต เราสามารถกำหนดได้เองเช่นกันว่าเราจะเป็นคนหนึ่งที่ “เกษียณสุข” หรือว่า “เกษียณทุกข์” ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองเลยว่ามีมุมมองและทัศนคติกับเรื่องเกษียณอายุอย่างไร



“คนเกษียณสุข” จะมองว่า เงินออมเป็นเรื่องสำคัญ รู้ว่าการที่รู้จักออมก่อน ลงทุนก่อน จะช่วยทำให้เงินเติบโตในระยะยาวได้ดีกว่า ยิ่งออมเร็ว ปริมาณการเงินออมต่อเดือนก็น้อยลงด้วย



“คนเกษียณทุกข์” จะมองว่า เดี๋ยวค่อยออมก็ได้ไม่เป็นไร คิดว่าจะเกษียณอายุอีกตั้งนาน ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องเริ่มเก็บก็ได้ไม่เป็นไร ไว้ใกล้เกษียณค่อยมาคิดเรื่องนี้อีกที

“คนเกษียณสุข” จะมีเป้าหมายการออมที่ชัดเจน การที่เรารู้ว่าเรากำลังเดินทางแบบมีจุดหมาย จะช่วยทำให้เรามีโอกาสถึงเป้าหมายได้มากขึ้น “คนเกษียณทุกข์” จะรู้แค่ว่าต้องเก็บเงินแต่ไม่รู้ว่าเก็บไปทำไม การที่เราไม่รู้ว่าจะเดินทางไปไหน เวลาที่เจอทางที่ลำบากหน่อย เดินยากหน่อยโอกาสที่เราจะยอมแพ้ก็จะยิ่งสูง

“คนเกษียณสุข” จะบอกตัวเองเสมอว่าการเกษียณเป็นเรื่องของตัวเราเอง คิดว่าอยากมีชีวิตเกษียณที่ดี เราต้องรับผิดชอบตัวเองไม่หวังพึ่งน้ำบ่อหน้า รู้จักออมเงินและบริหารเงินเอง แต่ “คนเกษียณทุกข์” จะผลักเรื่องการเกษียณของเราเป็นภาระคนอื่น คอยหวังพึ่งพาสวัสดิการจากคนอื่น ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ไม่คิดวางแผนด้วยตัวเอง คิดแต่ว่าเดี๋ยวถึงเวลาก็มีเอง

สุดท้ายแล้ว “คนเกษียณทุกข์” ก็มีแนวโน้มจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าไม่ต้องเก็บหรอก เงินเพื่อเกษียณยังไงก็อยู่ไม่ถึงอยู่แล้ว ถ้าอยู่ไม่ถึงจริงๆนั่นก็ถือว่าเราโชคดีไป แต่ถ้าเกิดถึงเวลาที่ต้องใช้เงินก้อนนี้จริงๆแล้วเกิดไม่มีขึ้นมา บอกได้เลยว่าถึงตอนนั้นจะเป็นเรื่องเศร้าที่สุดที่เคยได้ยินมาในชีวิตอย่างแน่นอน