กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) : ขั้นตอนและเกณฑ์ในการขอกู้
กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) : ขั้นตอนและเกณฑ์ในการขอกู้

เพื่ออนาคตที่มั่นคงและความสะดวกในการขอกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ทางธนาคารได้เปิดระบบการให้กู้ยืมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ e-Studentloan มาใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ ได้รับเงินกู้ยืมรวดเร็วขึ้น โดยสามารถลดระยะเวลาและขั้นตอนการทำงานของทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและเว็บไซด์ www.studentloan.or.th

คุณสมบัติผู้มีสิทธิกู้ยืมนักเรียน นักศึกษา
  • ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (สายสามัญและสายอาชีพ)
  • ระดับอุดมศึกษา (อนุปริญญา ปริญญาตรี) ทั้งภาคปกติ ภาคพิเศษ
  • ระดับอาชีวศึกษา (ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง อนุปริญญา ปริญญาตรี) ต้องมีสัญชาติไทย รายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี และมีคุณสมบัติอื่นๆ ครบถ้วนตามที่กองทุนฯ กำหนด
ผู้ค้ำประกันในสัญญากู้ยืมเงิน (ข้อใดข้อหนึ่ง)
  • บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง
  • กรณีบิดามารดาเสียชีวิต ให้ผู้ปกครองที่รับอุปการะเลี้ยงดูลงนามแทน
  • บุคคลที่ประกอบอาชีพมีรายได้น่าเชื่อถือ
  • กรณีคู่สมรสของผู้ค้ำประกันไม่ให้ความยืนยอมให้ผู้ค้ำประกันลงนามฝ่ายเดียวได้
  • กรณีไม่มีบุคคลค้ำประกัน ให้ใช้หลักทรัพย์แทน
บุคคลผู้รับรองรายได้ในสัญญากู้ยืมเงิน (ข้อใดข้อหนึ่ง)
  • ข้าราชการระดับ 5 ขึ้นไป หรือเทียบเท่า หากรับราชการทหาร หรือตำรวจต้องมียศตั้งแต่พันตรีขึ้นไป
  • ผู้บริหารสถานศึกษา
  • ผู้ปกครองท้องถิ่น ระดับผู้ใหญ่บ้านขึ้นไป (ส่วนพนักงานรัฐวิสาหกิจ นายกเทศมนตรี หรือตำแหน่งอื่นที่นอกเหนือจากนี้ไม่สามารถรับรองได้)
เงินให้กู้ยืม
  • ค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา จ่ายเข้าบัญชีของสถานศึกษา
  • ค่าครองชีพ ซึ่งได้แก่ ค่าที่พักและค่าใช้จ่ายส่วนตัว จ่ายเข้าบัญชีของนักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืม โดยผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผู้กู้เปิดบัญชีได้

หมายเหตุ: นักเรียน นักศึกษาต้องมาแสดงความประสงค์ขอกู้ยืมเงิน ฯ ทุกปีการศึกษา สถานศึกษาจะเป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติของผู้กู้ยืมเป็นรายปี ภายในกรอบวงเงินที่กำหนดไว้

วิธีการขอกู้ยืมผ่านระบบ e-Studentloan
  • เข้าไปที่เว็บไซด์ www.studentloan.or.th เพื่อสมัครสมาชิก โดยใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชน เป็น username และกำหนด password ในการ login เข้าสู่ระบบ e-studentloan
  • กรอกแบบฟอร์มคำขอกู้ยืม โดยเลือกตามระดับการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอาชีวศึกษา หรือระดับอุดมศึกษา พร้อมระบุเลือกความประสงค์ขอกู้ ค่าเล่าเรียน/ค่าใช่จ่ายเกี่ยวเนื่องกับการศึกษา/ค่าครองชีพ
  • นักเรียน นักศึกษาติดตามประกาศผล การคัดเลือกทางประกาศของ สถานศึกษาหรือทางเว็บไซด์ของกองทุนฯ
  • นักเรียน นักศึกษาที่ได้รับการกู้ยืมให้ทำการเปิดบัญชีออมทรัพย์ กับ บมจ.ธนาคารกรุงไทย
  • นักเรียน นักศึกษา กรอกรายละเอียดสัญญากู้ยืมเงิน ทำสัญญาและลงนามในสัญญา พร้อมยื่นเอกสารประกอบตามเงื่อนไขที่กองทุนฯ กำหนด (ทำสัญญาเฉพาะครั้งแรกที่เข้าศึกษา หรือเมื่อเปลี่ยนแปลงระดับการศึกษา หรือเมื่อเปลี่ยนแปลงสถานศึกษา)
หลักเกณฑ์การชำระหนี้
  • เมื่อผู้กู้ยืมเงินได้สำเร็จการศึกษาแล้ว หรือเลิกศึกษา เป็นเวลา 2 ปี ถือว่า ผู้กู้ยืมเงินเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้ ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่ต้องชำระเงินกู้ยืมคืน ให้กับกองทุนฯ ตามระยะเวลา และวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการกองทุนฯ
  • ผู้กู้ยืมที่กำลังศึกษาอยู่และไม่ได้กู้ยิมเงินติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปีและไม่ได้แจ้งสถานภาพการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาให้ธนาคารทราบ ถือว่าเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้
  • ก่อนวันที่ 5 กรกฎาคมของปีที่ครบกำหนดชำระหนี้ ผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้งวดแรกได้รับหนังสือจากธนาคาร เพื่อแจ้งเงินต้นทั้งหมด จำนวนเงินที่ต้องชำระหนี้งวดแรก ค่าธรรมเนียมการชำระหนี้ รวมทั้งตารางการชำระหนี้ของแต่ละปีให้ผู้กู้ยืมทราบ
  • ผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้จะต้องชำระหนี้งวดแรกภายในวันที่ 5 กรกฎาคม ของปีที่ครบกำหนดชำระหนี้
  • ผู้กู้ยืมจะต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปีของเงินต้นคงค้างของปีที่ 1 เป็นต้นไปโดยจะต้องชำระหนี้ภายในวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี โดยต้องชำระหนี้ภายในวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี และจะต้องชำระหนี้ให้เสร็จสิ้น ภายในระยะเวลา 15 ปี จากวันครบกำหนดชำระหนี้งวดแรก
  • ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด คือ ภายในวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี ถือว่าผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งผู้กู้ยืมจะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของเงินต้นที่ค้างชำระในงวดนั้น กรณีค้างชำระไม่เกิน 12 เดือน และจะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของเงินต้นงวดที่ค้างชำระทั้งหมด กรณีค้างชำระเกิน 12 เดือน
วิธีนับระยะเวลาครบกำหนดชำระหนี้

ตัวอย่าง ผู้กู้ยืมสำเร็จการศึกษาหนือเลิกการศึกษาในปีการศึกษา 2553 ผู้กู้ยืมจะครบกำหนดชำระหนี้งวดแรกภายใน วันที่ 5 กรกฎาคม 2556

การสอบถามยอดหนี้
    ผู้กู้ยืมสามารถสอบถามยอดหนี้ของตนได้ 4 ช่องทาง ดังนี้
  • ทางอินเทอร์เน็ต www.studentloan.or.th โดยป้อนรหัสผ่านเป็นเลขบัตรประชาชนและวัน เดือน ปีเกิด ของตนเอง
  • ทาง Call Center หมายเลข 1551
  • ทาง Help Desk หมายเลข 0-208-8699
  • สาขา บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทุกแห่ง
การชำระหนี้มี 2 วิธี คือ
  • ชำระโดยการหักบัญชีอัตโนมัติจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ บมจ.ธนาคารกรุงไทยของผู้กู้ยืม โดยจะต้องแจ้งความประสงค์กับธนาคารให้หักบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ตอนทำสัญญากู้ หรือบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ผู้กู้ยืมเปิดใหม่ และผู้กู้จะต้องนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากก่อนวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี (กรณีชำระหนี้เป็นรายปี) หรือก่อนวันที่ 5 ของทุกเดือน (กรณีชำระเป็นรายเดือน) ผู้กู้ยืมจะต้องนำสมุดบัญชีเงินฝาก ไปปรับรายการหักบัญชีที่สาขาและเก็บไว้เป็นหลักฐาน
  • ชำระที่เคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้ มากกว่าหรือเท่ากับจำนวนเงืนที่ต้องชำระหนี้ก็ได้ ผู้กู้ยืม จะได้รับใบรับเงินเพื่อเป็นหลักฐาน
การชำระหนี้ก่อนกำหนด

ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้คืนกองทุนทั้งหมดหรือ บางส่วนในช่วงก่อนสำเร็จ การศึกษา หรือช่วงระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปีได้ โดยผู้กู้ยืมไม่ต้องเสียดอกเบี้ย

วิธีการชำระหนี้

    การติดต่อชำระหนี้ครั้งแรก
    ผู้กู้ยืมทุกรายต้องติดต่อแสดงตนในการชำระหนี้ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย สาขาใดก็ได้ที่ท่านสะดวก ดังนี้

  • กรอกหนังสือแสดงตนในการชำระหนี้ (กยศ. 201)
  • หากผู้กู้ยืมประสงค์จะเปลี่ยนงวดการชำระหนี้จากรายปีเป็นรายเดือนสามารถ ทำได้โดยให้ผู้กู้ยืมเงินแจ้งความประสงค์
  • แจ้งจำนวนเงินที่ผู้กู้ยืมประสงค์จะชำระหนี้งวดแรกพร้อมชำระหนี้โดยผู้กู้ยืมจะได้รับใบรับเงินเพื่อชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อ การศึกษาเป็นหลักฐาน
    * ในการชำระหนี้ผู้กู้ยืมจะต้องเสียค่าธรรมเนียม ครั้งละ 10 บาท การชำระหนี้ครั้งต่อไป
  • นำเงินเข้าฝากในบัญชีออมทรัพย์ของผู้กู้ที่ได้แจ้งความประสงค์ไว้แก่ธนาคาร โดยต้องมีเงินในบัญชีมากพอกับต้นเงินงวดที่ต้องชำระกับงวดที่ค้างชำระ (หากมี) และดอกเบี้ย หรือเบี้ยปรับ (ถ้ามี) หรือชำระที่เคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ
กรณีผู้กู้ยืมศึกษาอยู่ หรือสำเร็จการศึกษาไม่ถึง 2 ปี แต่ได้รับจดหมายแจ้งภาระหนี้

ตามหลักเกณฑ์แล้วจะยังถือว่าไม่เป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้ ผู้กู้จะต้องทำ “หนังสือแบบรายงานสถานภาพการศึกษา (กยศ.204)” และให้สถาบันการศึกษารับรองทุกปีจนกว่าจะจบการศึกษา สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้วไม่ถึง 2 ปี ให้ผู้กู้ยืมทำหนังสือรับรองการสำเร็จการศึกษา หรือใบปริญญาบัตร หรือใบประกาศนียบัตร หรือรายงานผลการศึกษา (Transcript) ไปให้สาขาของธนาคารเพื่อชะลอการชำระหนี้

ผู้กู้ยืมถึงแก่กรรม หรือทุพพลภาพ
  • กรณีผู้กู้ยืมถึงแก่กรรม หนี้ตามสัญญากู้ยืมเป็นอันระงับไป ทั้งนี้ทายาทหรือสถาบันการศึกษาต้องส่งสำเนาใบมรณบัตรที่รับรองโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจให้ธนาคารทราบ
  • กรณีทุพพลภาพ ต้องส่งสำเนาสมุดประจำตัวคนพิการให้ธนาคาร เพื่อเสนอ กองทุนฯ พิจารณาระงับการเรียกใช้ชำระหนี้ตามสัญญาต่อไป
แจ้งเปลี่ยนที่อยู่/ที่ทำงาน/สถานะอื่นๆ

ในกรณีที่ผู้กู้ยืมกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษามีการเปลี่ยนแปลงสถานะ ของตัวเอง เช่น เปลี่ยนชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เลขที่บัญชีเงินฝาก เข้าทำงานหรือย้ายสถานที่ทำงาน ผู้กู้ยืมจะต้องกรอกข้อความและจัดส่งให้ธนาคารตามที่อยู่ต่อไปนี้

ฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ บมจ.ธนาคารกรุงไทย อาคารสุขุมวิท ชั้น 14 เลขที่ 10 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

เงื่อนไขตามสัญญากู้ยืมเงินกองทุนฯ ที่ผู้ควรทราบและถือปฏิบัติ
  • ถ้าผู้กู้ยืมเปลี่ยนแปลงชื่อ นามสกุล หรือสถานที่อยู่ หรือย้ายสถานที่ศึกษา หรือจบการศึกษาหรือเลิกการศึกษา ผู้กู้ยืมมีหน้าที่แจ้งให้ธนาคาร ผู้บริหารจัดการเงินให้กู้ยืมทราบเป็นหนังสือภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลงชื่อ นามสกุล หรือสถานที่อยู่ หรือย้ายสถานศึกษา หรือจบการศึกษาหรือเลิกการศึกษา มิฉะนั้นถือว่าผู้กู้ยืมผิดสัญญา ผู้ให้กู้ยืม มีสิทธิบอกเลิกสัญญา และเรียกเงินกู้ที่ผู้กู้ยืมได้รับไปแล้วทั้งหมดคืน ในทันที
  • ผู้กู้ยืมสำเร็จการศึกษา และเข้าทำงานในสถานที่ใด ผู้กู้ยืมต้องแจ้งที่อยู่และสถานที่ทำงานนั้น พร้อมทั้งจำนวนเงินเดือน หรือค่าจ้าง ที่ได้รับให้ธนาคารผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ทราบเป็นหนังสือ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ผู้กู้ยืมเริ่มทำงาน และในกรณีที่ผู้กู้ยืมย้ายที่อยู่ หรือเปลี่ยนแปลงงาน หรือสถานที่ หรือเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเงินเดือนหรือค่าจ้าง ผู้กู้ยืมต้องแจ้งให้ธนาคารผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมฯ ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ผู้กู้ยืมย้ายที่อยู่ เปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนแปลง เกี่ยวกับเงินเดือน หรือค่าจ้างทุกๆ ครั้ง
  • ให้แนบเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อปฏิบัติในข้อ 1 และข้อ 2 ส่ง บมจ.ธนาคารกรุงไทย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
  • ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ คลิกที่นี่ เพื่อค้นหาสาขาใกล้บ้านท่าน
  • ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ ธนาคารกรุงไทย 1551 (www.contactcenter.ktb.co.th)