จรรยาบรรณพนักงาน
การกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณพนักงาน

บมจ. ธนาคารกรุงไทย มีความมุ่งมั่นจะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดการบริหารองค์กร โดยยึดหลักบรรษัทภิบาลที่ดี (Good Corporate Governance) พนักงานของธนาคารควรมีจิตสำนึก พร้อมกับมีความประพฤติปฏิบัติที่ยึดมั่น อยู่ในความซื่อสัตย์ มีคุณธรรมและจรรยาบรรณอันดีงาม เพื่อเป็นหลักประกันเบื้องต้น ในการสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของธนาคารนั้น เป็นไปในลักษณะที่ถูกต้องตามกฏหมายและหลักจริยธรรมซึ่งนักการธนาคารที่ดีพึงถือปฏิบัติ เนื่องจากการบริหารงานและการปฏิบัติงานทุกระดับย่อมส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียของธนาคาร นับตั้งแต่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า ตลอดไปจนถึง สังคมส่วนรวม และประเทศชาติ ทั้งนี้ ผู้บริหารพึงแสดงความยึดมั่นในจรรยาบรรณพนักงาน โดยการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับพนักงานอื่น เสริมสร้างบรรยากาศทำงานให้เอื้อต่อการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ ขณะเดียวกันต้องมุ่งมั่น ที่จะป้องปรามไม่ให้เกิดการละเมิดจรรยาบรรณขึ้น

ดังนั้น ธนาคารจึงได้กำหนดจรรยาบรรณ หรือ คุณธรรมและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน (Code of Conduct) นี้ขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทาง ในการประพฤติและปฏิบัติสำหรับพนักงานอันจะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีหลักบรรษัทภิบาลในธนาคารต่อไป โดยสรุปต่อไปนี้

1. ข้อพึงปฏิบัติต่อลูกค้า
1.1 ให้บริการลูกค้าอย่างเต็มใจ เต็มกําลังความสามารถด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม พร้อมให้คําแนะนําช่วยเหลือ มีนํ้าใจ และใช้กริยาวาจาที่สุภาพอ่อนโยน
  1.2 พร้อมรับฟังปัญหา พยายามค้นหาสาเหตุ และวิธีการแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างดี
  1.3 ห้ามเปิดเผยข้อมูลหรือความลับของลูกค้า เว้นแต่กฏหมายกําหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูล หรือได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากลูกค้า
 
2. ข้อพึงปฏิบัติต่อคู่ค้า
  2.1 พนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อ.ขายทรัพย์สิน สินค้า และบริการทุกชนิดของธนาคาร ต้องยึดหลักผลประโยชน์สูงสุดของธนาคาร โดยไม่คํานึงถึงผลประโยชน์ส่วนตนหรือของพวกพ้อง ทั้งนี้ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง อยู่บนพื้นฐานของความจริงไม่ทําให้ผู้ซื้อหรือ ผู้ขายทรัพย์สิน สินค้าและบริการเข้าใจผิดพลาด หรือได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน
  2.2 หลีกเลี่ยงการรับของกํานัล สินนํ้าใจ การรับเชิญไปในงานเลี้ยงประเภทสังสรรค์หรืองานเลี้ยงรับรองจากผู้ซื้อหรือ ผู้ขายทรัพย์สิน สินค้า และบริการที่จัดขึ้นให้เป็นการส่วนตัว หรือหมู่คณะอย่างเฉพาะเจาะจง รวมถึงการรับเชิญไปดูงานที่ผู้ซื้อหรือผู้ขายสินค้าและบริการเสนอตัว เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องให้ ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาต่างๆ ที่อาจจะมีขึ้น และป้องกันมิให้เกิดความโน้มเอียงที่จะช่วยเหลือ ตอบแทนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษในโอกาสหลัง
 
3. ข้อพึงปฏิบัติต่อพันธมิตรธุรกิจธนาคาร
  3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ธนาคารทําพันธกิจร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ
  3.2 ให้ความช่วยเหลือในลักษณะเอื้ออํานวยผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน เพื่อผลทางธุรกิจโดยรวม
 
4. ข้อพึงปฏิบัติต่อคู่แข่ง
  4.1 ไม่ใส่ร้ายป้ายสี กลั่นแกล้ง หรือไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงของคู่แข่ง
  4.2 หลีกเลี่ยงการตกลงหรือ การพูดคุยถกเถียงกับพนักงานของหน่วยงานหรือสถาบันการเงินอื่น ๆ เกี่ยวกับตําแหน่งที่ตั้งภูมิประเทศ การตลาด การจัดสรรลูกค้า อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์บริการ หรือแผนธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางธุรกิจของธนาคาร
 
5. ข้อพึงปฏิบัติต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
  5.1 พึงปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีเกียรติ
  5.2 ประพฤติตนโดยคํานึงถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบต่อสังคม และประเทศชาติ
  5.3 ให้ความสนับสนุนกิจกรรมสาธารณะที่เป็นประโยชน์ ร่วมพัฒนาสังคมชุมชน สิ่งแวดล้อม ตลอดจนมุ่งสร้างสรรค์ และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
  5.4 ให้ความร่วมมือสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ
 
6. ข้อพึงปฏิบัติในฐานะผู้บังคับบัญชา
  6.1 เป็นผู้นําและแบบอย่างที่ดี มีความยุติธรรม และมีวินัย
  6.2 ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
  6.3 ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจอย่างรอบคอบ
  6.4 สอนงาน แนะนํางาน ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ควบคุมดูแลให้สามารถปฏิบัติงานได้สําเร็จ
  6.5 รับฟังปัญหา ตลอดจนให้ข้อคิดเห็นและคํ าปรึกษาด้วยความจริงใจ มีเหตุผล
 
7. ข้อพึงปฏิบัติในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา
  7.1 เชื่อฟังและปฏิบัติตามคํ าสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ชอบด้วยระเบียบ และข้อปฏิบัติของธนาคาร
  7.2 เสนอความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงระบบงานด้วยความสุจริตใจ และยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
  7.3 มีความเต็มใจที่จะปฏิบัติงานเพิ่มขึ้นตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย
  7.4 มีวินัย ให้เกียรติผู้บังคับบัญชา ไม่แสดงอาการก้าวร้าว กระด้างกระเดื่อง
 
8. ข้อพึงปฏิบัติในฐานะเพื่อนร่วมงาน
  8.1 ให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน ด้วยความเต็มใจและเต็มความสามารถ
  8.2 ปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานด้วยความสุภาพ ให้เกียรติ
  8.3 มีความสามัคคี และยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเสมอ
  8.4 มีความอดทน อดกลั้น มีวินัย และเสียสละเพื่อส่วนรวม
  8.5 ละเว้นการใส่ร้าย ป้ายสี และกระทํ าการในลักษณะของการแข่งขันกันเอง
 
9. ข้อพึงปฏิบัติในการทํางานและความประพฤติส่วนตัว
 
  9.1 ทุ่มเททั้งกําลังกาย กําลังใจให้กับงานในหน้าที่และความรับผิดชอบ อุทิศตนและมุ่งมั่นในการทํางาน
  9.2 หมั่นฝึกฝนพัฒนาตนเอง เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ เพื่อนํ ามาพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น
  9.3 ต้องศึกษาทําความเข้าใจและปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบ คําสั่ง ตลอดจนหนังสือเวียนของธนาคาร
  9.4 มีวินัย ประพฤติตนให้เหมาะสมกับการเป็นพนักงานของธนาคาร ที่มีความน่าเชื่อถือทั้งด้านกิริยามารยาท การแต่งกาย บุคลิกภาพ และการวางตัว ไม่ประพฤติตนในทางเสื่อมเสียชื่อเสียงทั้งต่อตนเองและธนาคาร เช่น การเที่ยวเตร่ เล่นการพนัน ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หรือมีหนี้สินล้นพ้นตัว การทะเลาะวิวาท เป็นต้น
  9.5 ห้ามพนักงานครอบครอง หรือใช้สารเสพติด และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในที่ทํางาน หรือมาทํางานในขณะที่ได้รับอิทธิพล จากการออกฤทธิ์ของสารเสพติด หรือจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  9.6 ห้ามคุกคามทางวาจา เช่น ใส่ความ บิดเบือนข้อเท็จจริงทํ าให้เสียชื่อเสียง หรือคุกคามทางกาย เช่น ข่มขู่ทําร้ายร่างกาย หรือคุกคามทางเพศ หรือการคุกคามอื่นที่มองเห็นได้ เช่น สื่อข้อความก้าวร้าว แสดงอากัปกริยาหรือรูปภาพที่ก่อให้เกิดความขุ่นเคือง
  9.7 ร่วมมือกันทำงานเป็นทีม และสร้างความสามัคคี กลมเกลียวในองค์กร
  9.8 ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชา
 
10. ข้อพึงปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูล
 
  10.1 ข้อมูลของธนาคารทุกประเภทต้องเป็นจริงและถูกต้อง โดยพนักงานต้องรับผิดชอบร่วมกันบันทึกข้อมูลและจัดทํารายงาน ให้ถูกต้องและทันต่อเวลา ตลอดจนอยู่บนบรรทัดฐานของมาตรฐานที่กําหนดอย่างโปร่งใส
  10.2 ไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับของธนาคาร ลูกค้า ผู้ซื้อหรือผู้ขายสินค้าและบริการ ให้กับผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เว้นแต่จะได้รับอนุญาต จากกรรมการผู้จัดการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น
  10.3 กําหนดวิธีควบคุมการจัดทําสํ เนา ส่งโทรสาร และการจัดเก็บข้อมูลอย่างเหมาะสม ปลอดภัย เพื่อป้องกันมิให้ผู้ไม่เกี่ยวข้อง เข้าถึงข้อมูลหรือความลับเหล่านั้น นอกจากนี้พึงหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงข้อมูลลับในที่สาธารณะ เช่น ลิฟต์ ห้องโถง ร้านอาหาร ห้องนํ้า หรือบริการขนส่งสาธารณะ เป็นต้น
 
11. ข้อพึงปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลภายในเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์
  11.1 ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ เช่น หุ้น หุ้นกู้ ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ของกิจการใด ๆ ที่ยังไม่ประกาศให้สาธารณะได้ทราบ (หรืออาจเรียกว่าเป็นข้อมูลภายใน) และห้ามพนักงานซึ่งมีโอกาสรับทราบข้อมูลภายใน ทําการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทเหล่านี้เด็ดขาด โดยจะต้องปกปิดข้อมูลนั้นเป็นความลับสูงสุด
  11.2 ห้ามให้ข้อมูลภายในแก่บุคคลอื่นซึ่งอาจจะนําไปใช้เป็นข้อมูลในการซื้อขาย หลักทรัพย์ หรือส่งผ่านข้อมูลไปยังผู้อื่นอีกต่อหนึ่ง เนื่องจากเป็นการกระทําผิดกฎหมาย
 
12. ข้อพึงปฏิบัติเกี่ยวกับการขัดแย้งทางผลประโยชน์
  12.1 หลีกเลี่ยงการมีส่วนเกี่ยวข้องทางการเงิน และ/หรือ ความสัมพันธ์กับบุคคลภายนอกอื่นๆ ที่จะส่งผลให้ธนาคารต้องเสียผลประโยชน์
  12.2 หลีกเลี่ยงการลงทุนส่วนตัวในบริษัทที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจ หรือการดําเนินงานในธนาคาร หากพนักงานมีการลงทุน ในบริษัทดังกล่าวก่อนที่จะมาทํางานกับธนาคาร จะต้องรายงานกรรมการผู้จัดการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายทราบ
  12.3 การดํารงตําแหน่งกรรมการ เจ้าหน้าที่ พนักงาน ตัวแทน หรือที่ปรึกษาของบริษัทที่ทําการซื้อขายสินค้าหรือบริการกับธนาคาร หรือบริษัทในเครือ จะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการธนาคารก่อน
  12.4 ห้ามใช้ชื่อ สถานที่ หรือความสัมพันธ์ของธนาคาร เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
 
13. ข้อพึงปฏิบัติเกี่ยวกับการรับประโยชน์อื่นใด
  13.1 ห้ามพนักงานรับของกํานัล และ / หรือสิ่งจูงใจใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง สิ่งของ บริการ หรือผลประโยชน์รูปแบบต่าง ๆ และห้ามมอบหมาย หรือสั่งการให้ผู้อื่นรับของกํานัล และ/หรือสิ่งจูงใจแทนตนอันอาจมีผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจของพนักงาน ในนามธนาคาร
  13.2 เทศกาลอันเป็นประเพณีนิยม พนักงานอาจรับของขวัญได้ เพื่อรักษาไมตรี หรือความสัมพันธ์อันดี แต่จะต้องมีมูลค่าไม่เกิน 3,000.- บาท โดยควรหลีกเลี่ยง กรณีที่อาจทํ าให้เกิดภาพลักษณ์ของการเกื้อหนุนหรือการมีพันธะต่อกัน
  13.3 ละเว้นการให้ของกํานัลแก่ผู้บังคับบัญชา หรือรับของกํานัลจากผู้ใต้บังคับบัญชาที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า การให้หรือรับดังกล่าว กระทำเพื่อหวังผลต่อการเลื่อนชั้น เลื่อนตําแหน่ง หรือพิจารณาความดีความชอบประจํา
 
14. การรักษาทรัพย์สินของธนาคาร
  14.1 ใช้และรักษาทรัพย์สินของธนาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่นําไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือบุคคลภายนอก และต้องดูแลรักษาทรัพย์สินของธนาคารมิให้สูญหาย หรือชํารุดเสียหาย หรือนําไปใช้ในทางที่ผิดตลอดจนต้องใส่ใจปฏิบัติตามขั้นตอน ของการรักษาความปลอดภัย และการตื่นตัวต่อสถานการณ์ที่อาจทําให้ทรัพย์สินของธนาคารเกิดความชํารุด เสียหาย ทรัพย์สินของธนาคารดังกล่าว ได้แก่ เงินสด เครื่องมือทางการเงิน เอกสาร ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ ชื่อธนาคาร เครื่องหมายสัญลักษณ์ต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลต่าง ๆ ทรัพย์สินทางปัญญา (โปรแกรมคอมพิวเตอร์ รูปจําลอง ฯลฯ) และบริการต่างๆ
  14.2 ต้องเปิดเผยและมอบผลประโยชน์ในการคิดค้นและพัฒนา ที่จัดทําขึ้นในระหว่างเป็นพนักงานของธนาคารให้แก่ธนาคาร เมื่อพนักงานพ้นสภาพการเป็นพนักงาน สิทธิในทรัพย์สินและข้อมูลที่เกิดขึ้นหรือได้มาระหว่างการทํางานกับธนาคาร ให้ถือเป็นทรัพย์สิน ของธนาคารเท่านั้น จึงห้ามกระทําการคัดลอก ขายหรือเผยแพร่ข้อมูล ซอฟท์แวร์ และทรัพย์สินทางปัญญาในรูปแบบอื่น ๆ
 
15. ข้อพึงปฏิบัติเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
  15.1 ไม่ติดตั้งและคัดลอกซอฟท์แวร์ใด ๆ ที่ไม่ใช่ซอฟท์แวร์ที่ธนาคารจัดไว้ให้ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล คทรอนิกส์ของธนาคาร หากมีความจําเป็นในการปฏิบัติงาน ต้องขออนุมัติจากธนาคารก่อน
  15.2 ห้ามเข้าถึงข้อมูลธนาคารเพื่อคัดลอก เผยแพร่ ลบทิ้ง ทําลาย หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือกระทําการอื่นใด ที่ทําให้เกิดความเสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาต
  15.3 ห้ามใช้ระบบอินทราเน็ต อินเตอร์เน็ต และอิเล็กทรอนิกส์เมล์ ในธุรกิจส่วนตัวของตนเองหรือผู้อื่น
  15.4 หลีกเลี่ยงการใช้เวบไซต์ที่ธนาคารถือว่าผิดกฎหมาย หรือละเมิดศีลธรรม โดยไม่เผยแพร่ข้อมูลของเวบไซต์ดังกล่าวต่อผู้อื่น และงดเว้นที่จะส่งข้อความเผยแพร่ทางอินทราเน็ต อินเตอร์เนต ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ก่อให้เกิดอุปสรรคในการปฏิบัติงานของธนาคาร หรือฝ่าฝืนนโยบายของธนาคาร ที่เป็นการละเมิดศีลธรรม และผิดกฎหมาย
  15.5 ห้ามกระทําการใด ๆ ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะนําไปสู่การกระทําทุจริต หรือเพื่อประโยชน์อื่น ๆ ที่มิชอบโดยให้ใช้ในธุรกิจของธนาคารเท่านั้น