หลักการและเหตุผล
โดยที่ประเทศไทยได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับตัวและการพัฒนาสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้การยกระดับมาตรฐาน การดำเนินงานของภาคธุรกิจการเงินไทยเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติแต่งตั้ง คณะกรรมการบรรษัทภิบาลแห่งชาติ และได้มีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมโครงการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล (Report on the Observance of Standards and Codes : ROSCs) 12 ด้าน และ 1 ใน 12 ด้าน ได้แก่ Anti-Money Laundering and Combating the Financing of Terrorism (AML/CFT)
องค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ ได้ให้ความสำคัญกับ AML/CFT และได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practice)เพื่อเป็นมาตรฐานสากล ในการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายให้ประเทศต่าง ๆ ถือปฏิบัติ ดังนี้
- Vienna Convention (1988) มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศสมาชิกร่วมมือกันในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
- Financial Action Task Force (FATF) ได้กำหนดข้อแนะนำ 40+9 ข้อ เพื่อให้ประเทศสมาชิกได้นำไปปฏิบัติในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
- Customer Due Diligence for Banks by Bank for International Settlements (BIS)
- Principle on Client Identification and Beneficial Ownership for the Securities Industry
by International Organization of Securities Commission (IOSCO) - Guidance Paper on Anti-Money Laundering and Combating the Financing of Terrorism
by International Association of Insurance Supervisors (IAIS)
แนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ที่เป็นมาตรฐานสากลข้างต้นได้แนะนำให้สถาบันการเงินใช้นโยบายและระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการรับลูกค้า โดยต้องทำการรู้จักลูกค้า/การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Know Your Customer /Customer Due Diligence : KYC/CDD) เป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันมิให้ธนาคารถูกใช้เป็นตัวกลางในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
สมาคมธนาคารไทย ร่วมกับธนาคารสมาชิก และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้ดำเนินการกำหนดนโยบายการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายเป็นมาตรฐานขั้นต่ำในการกำหนดหลักเกณฑ์ การรู้จักลูกค้า/การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Know Your Customer /Customer Due Diligence : KYC/CDD) ตามแนวทางมาตรฐานสากลและได้รับความเห็นชอบเบื้องต้น จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) เพื่อเป็นแนวทางให้ธนาคารแต่ละแห่งนำไปใช้เป็นกรอบในการจัดทำนโยบายต่อไป
บมจ.ธนาคารกรุงไทย ตระหนักถึงความสำคัญและผลกระทบหรือความเสียหายที่จะเกิดขึ้น รวมถึงผลกระทบต่อชื่อเสียงของธนาคาร หากมีส่วนหรือเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมฟอกเงินและสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย เพื่อป้องกันมิให้ธนาคารเป็นเครื่องมือของผู้กระทำการฟอกเงินและผู้สนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายในการนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงกำหนดนโยบายการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้าย (AML/CFT Policy) โดยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล กฎระเบียบ หรือนโยบายของทางการ ประกอบด้วย 6 ส่วนด้วยกัน ตลอดจนจัดทำระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการรู้จักลูกค้า/การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Know Your Customer /Customer Due Diligence : KYC/CDD) ให้สอดคล้องมาตรฐานสากล




































