พิมพ์

ข่าวธนาคาร

9 ก.พ. 2560

กรุงไทยสนับสนุนธุรกิจข้าว ให้กู้เพิ่ม 5 พันล้านบาทกับผู้ส่งออกข้าว

กรุงไทยสนับสนุนธุรกิจข้าว ให้กู้เพิ่ม 5 พันล้านบาทกับผู้ส่งออกข้าว


 

ธนาคารกรุงไทยระบุให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มธุรกิจโรงสีข้าว เผยปล่อยกู้มากที่สุดในระบบธนาคารพาณิชย์ และแม้ตลาดข้าวผันผวนหนัก ธนาคารยังคงให้การดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยโรงสีที่ประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจ ธนาคารได้ผ่อนปรนการชำระหนี้ พร้อมช่วยหาพันธมิตรทางการค้า เพื่อระบายสต๊อกข้าวสู่ตลาด  ล่าสุดคณะกรรมการธนาคารได้อนุมัติวงเงินกู้เพิ่มอีก 5 พันล้านบาท สำหรับผู้ส่งออกข้าว เพื่อให้มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ลดผลกระทบต่อการรับซื้อข้าวจากชาวนาในปีนี้
 
จากที่สมาคมโรงสีข้าวได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงพาณิชย์ ขอให้ช่วยแก้ปัญหาธนาคารกรุงไทยปรับนโยบายการให้วงเงินตั๋วระยะสั้นและแพ็กกิ้งสต๊อกที่เคยให้กับผู้ประกอบการโรงสีข้าวนั้น นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาธนาคารให้ความสำคัญในการดูแลลูกค้ากลุ่มธุรกิจโรงสีข้าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบัน ธนาคารมียอดการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ากลุ่มนี้มากที่สุดในระบบธนาคารพาณิชย์สูงถึง 70,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 57 ของอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงมาก            และแม้ว่าตลาดข้าวในปี 2558-2559 มีความผันผวนอย่างหนัก ทำให้โรงสีข้าวหลายรายประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจ ส่งผลถึงการชำระหนี้ แต่ธนาคารก็ได้พิจารณาผ่อนปรนการชำระหนี้ให้ตามสภาพปัญหาของลูกค้าแต่ละราย  รวมทั้งช่วยหาพันธมิตรทางการค้า เพื่อระบายสต๊อกข้าวสู่ตลาด
 
“สำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจโรงสีข้าวที่ดำเนินธุรกิจตามปกติ ธนาคารไม่ได้เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการใช้วงเงินของลูกค้า แต่เนื่องจากภาพรวมภาระหนี้ของธุรกิจโรงสีของธนาคารมีจำนวนสูงถึงระดับที่จำเป็นต้องพิจารณาภาระหนี้โดยรวมให้อยู่ในระดับที่ไม่สูงเกินไป ดังนั้น ธนาคารจึงเน้นให้กู้เฉพาะโรงสีข้าวที่นำเงินไปซื้อข้าวจากชาวนาเพิ่ม เพราะต้องการให้เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ นอกจากนี้ คณะกรรมการธนาคารยังได้อนุมัติให้ปล่อยกู้เพิ่มกับผู้ส่งออกข้าวอีก 5,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับอุตสาหกรรมข้าวทั้งระบบ”
 
นายผยง ศรีวณิช กล่าวต่อไปว่า วงเงินใหม่ 5,000 ล้านบาทนี้ จะช่วยให้สถานการณ์ข้าวในปัจจุบันดีขึ้น ช่วยระบายข้าวจากชาวนาในฤดูการผลิตใหม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องที่มีลูกค้าโรงสีข้าวหลายรายที่ไม่ยอมระบายสต๊อกหรือมีความกังวลเกี่ยวกับการเบิกเงินกู้ จึงชะลอการชำระหนี้คืนนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เป็นผลดีต่อทั้งตนเองและภาพรวมอุตสาหกรรม นอกจากนี้ มีความจำเป็นที่สถาบันการเงินต่างๆ ควรพิจารณาร่วมให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่ธุรกิจโรงสีข้าว ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญในอุตสาหกรรมข้าวด้วยเช่นกัน  
 
 
ฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์
9 กุมภาพันธ์  2560