ผลิตภัณฑ์และบริการ นักลงทุนสัมพันธ์ รอบรู้เรื่องเศรษฐกิจ
 
การดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน
มิติเศรษฐกิจ
มิติสังคม
มิติสิ่งแวดล้อม
โครงการ CSR
ข่าว CSR
รายงานความยั่งยืน
 
 
มิติสิ่งแวดล้อม
การบริหารจัดการวัสดุ
Share
 

    ธนาคารกรุงไทย ดำเนินธุรกิจในการรับฝากเงิน การให้กู้ยืม ซื้อขายตามตั๋วเงินหรือเปลี่ยนมือตราสาร ซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศ ทั้งนี้สามารถประกอบธุรกิจประเภทอื่นๆ เช่น การประกันภัย บริการหลักทรัพย์ อนุพันธ์ทางการเงิน เป็นต้น ทำให้ธนาคารจำเป็นต้องใช้สลิปและสมุดธนาคารจำนวนมากเพื่อเป็นหลักฐานสำคัญทางการเงิน และจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานนานกว่า 10 ปี จากการที่ธนาคารตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรเหล่านี้ ประกอบกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีไร้สายความเร็วสูงพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ธนาคารมีความพยายามพัฒนานวัตกรรมการบริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตมาอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่การเป็น Digital Banking และยังเป็นพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการของธนาคารให้เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ตลอดจนสามารถทำให้ธนาคาร ประหยัดทรัพยากรหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ

      นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าปริมาณวัสดุหลักของธนาคารที่นำมารายงานในรายงานความยั่งยืนฉบับนี้จะ ไม่มีการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ หรือเป็นวัสดุหลักที่นำมาจากวัสดุรีไซเคิล แต่ธนาคารพยายามลดปริมาณการใช้ทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจของธนาคาร คือ สลิปทำธุรกรรมของธนาคาร และบัญชีแบบไม่มีสมุดคู่ฝาก 

 

     

     โดยธนาคารได้ออกแบบเทคโนโลยี KTB Netbank เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน และออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สามารถดึงดูดลูกค้ามาฝากเงินแบบไม่มีสมุดคู่ฝาก ส่งเสริมให้ธนาคารเข้าสู่กระบวนการลดใช้กระดาษ (Paperless) ทำให้ธนาคารประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินการเป็นจำนวนมาก

 

       

        อีกทั้งยังมีโครงการ Shred 2 Share กับบริษัทไทยบริติชซีเคียวริตี้ พริ้นติ้ง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพันธมิตรกว่า 59 หน่วยงาน เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน ในการทำลายกระดาษที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานหรือหมดความจำเป็นในการใช้งาน ด้วยวิธีประหยัดพลังงาน ประหยัดน้ำ และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ โดยในปี 2558 สามารถลดปริมาณกระดาษ 68.44 ตัน ลดปริมาณการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(CO2) มากถึง 17.79 ตัน ลดการใช้ถ่านหิน7.53 ตัน และลดการใช้น้ำ 3,422 ลบ.เมตร รวมการดำเนินการใน 7 ปี ธนาคารสามารถลดปริมาณกระดาษ 412.83 ตัน ลดปริมาณการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(CO2) มากถึง 108.37 ตัน ลดการใช้ถ่านหิน 45.42 ตัน และลดการใช้น้ำ 20,685 ลบ.เมตร  แสดงให้เห็นว่าธนาคารตระหนักถึงการรวบรวมเอกสารที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาย่อยสลายและนำกลับมารีไซเคิลเพื่อผลิตกระดาษไปใช้ประโยชน์ใหม่ได้ และธนาคารได้ร่วมทำบุญจากการบริจาคอุปกรณ์การเรียน การสอน ให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนที่ได้จากการรีไซเคิลอีกด้วย

 

 

 

 

      ธนาคารมีการทำธุรกรรมออนไลน์ สำหรับลูกค้า สามารถเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น และยังช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษสลิป โดยในปี 2558 มีการทำธุรกรรมออนไลน์ 761,024,772 ครั้ง ที่ช่วยลดปริมาณกระดาษสลิปที่เกิดจากการทำธุรกรรมหน้าเคาน์เตอร์หรือตู้ ATM ได้ถึง 1,628,593 กิโลกรัม สามารถเปิดบัญชีโดยไม่ต้องมีการใช้สมุดคู่ฝาก 2,887 เล่ม เปิดบัญชีประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช้สมุดคู่ฝาก รวม 2,978,095 บัญชี ซึ่งคิดเป็นน้ำหนักที่ลดใช้สมุดบัญชี 42,527.20 กิโลกรัม และสามารถลดปริมาณการใช้สลิปได้ถึง 4,801,138 กิโลกรัม

***หมายเหตุ การทำธุรกรรมออนไลน์ 1 ครั้งสามารถลดการใช้กระดาษได้ 0.00214 กิโลกรัม

 
การจัดการด้านพลังงาน   การจัดการทรัพยากรน้ำ